วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน
26 ส.ค. 2569
รายละเอียด:
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน
ตั้งอยู่ที่ บ้านหลวง หมู่ที่ 5 ตำบลแจ้ซ้อน อำเภอเมืองปาน จังหวัดลำปาง
ประวัติความเป็นมา
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นวัดเก่าแก่ แม้จะไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน สร้างขึ้นในยุคสมัยใด แต่มีการสันนิษฐานว่าน่าจะสร้างขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับวัดภูมินทร์และวัดหนองบัว เรื่องราวความเป็นมาของวัดแห่งนี้ได้ถูกกล่าวถึงในตำนานที่ หนานยศตะนา เป็นผู้บันทึกไว้ในใบลาน (โดยมี พระครูพิพัฒน์วรเดช เป็นผู้แปล)
ตามตำนานระบุว่า ครูบาเจ้าวะจิระปัญญา ร่วมกับ แสนเมืองลือโลก พร้อมด้วยศรัทธาของชาวบ้าน ได้เดินทางไปขออนุญาตจาก เจ้าเมืองละกอน เพื่อสร้างวิหาร จากนั้นได้ไปนิมนต์ ครูบายาวิชัย แห่งวัดบ้านถ้ำให้มาเป็นนายช่างใหญ่ ซึ่งครูบายาวิชัยได้ไปขอความเมตตาจาก ครูบาเจ้าอสิงวิตั๊ก แห่งวัดพระยืน จังหวัดลำพูน ให้ช่วยเขียนแปลนก่อสร้างให้ เมื่อได้แบบแปลนที่สมบูรณ์แล้ว จึงกลับมานิมนต์ครูบายาวิชัยเป็นช่างก่อสร้างอีกครั้ง
การก่อสร้างเริ่มต้นขึ้นในปี พ.ศ. 2400 โดยในสมัยนั้นได้ตั้งชื่อวัดแห่งนี้ว่า "วัดป่าไผ่" ซึ่งในยุคแรกมีเพียงวิหารและเจดีย์ทรงระฆังคว่ำย่อมุม 12 ที่มีความโดดเด่นด้วยศิลปกรรมล้านนาผสมผสานศิลปะพม่า
กระทั่งในปี พ.ศ. 2509 ได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดขึ้นใหม่ จากนั้นกรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถาน เพื่อรักษาคุณค่าทางประวัติศาสตร์ โดยมีข้อกำหนดห้ามทำการบูรณะใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาต
วิหารแห่งนี้มีรูปแบบสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานระหว่างศิลปะล้านนาและศิลปะพม่า เดิมมีลักษณะเป็นวิหารโถง โครงสร้างหลังคาเป็นสถาปัตยกรรมแบบล้านนาซ้อนลดหลั่นกัน 3 ชั้น หน้าบันเป็นแบบหนีบหรือแบบแหนบสลักไม้ ประดับลวดลายพรรณพฤกษามุงกระเบื้องแป้นเกล็ด เครื่องลำยอง คันทวยสลักไม้ลวดลายสวยงามฝีมือช่างท้องถิ่น ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประธานศิลปะเชียงแสน และธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ด้านหลังวิหารประดิษฐานเจดีย์ทรงระฆังแบบแบบล้านนาหุ้มด้วยทองจังโก
ประเพณี
วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัดแต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุร่วมสมัยกับวัดหนองบัว และวัดภูมินทร์ เพราะรูปทรงอาคารมีลักษณะคล้ายคลึงกัน
ในปี พ.ศ. 2553 วิหารวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนได้รับ รางวัลอาคารอนุรักษ์ดีเด่น จากสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์
#ประวัติวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนเป็นวัดเก่าแก่ ไม่ปรากฏหลักฐานการสร้างที่แน่ชัดแต่สันนิษฐานว่าน่าจะมีอายุร่วมสมัยกับวัดหนองบัว และวัดภูมินทร์ เพราะรูปทรงอาคารมีลักษณะคล้ายคลึงกัน ตำนานท้องถิ่นเชื่อว่าสร้างขึ้นวัดศรีหลวงแจ้ซ้อนสร้างขึ้น ในปี พ.ศ.1250 ตามตำนานเล่ากันว่า ครูบาเจ้าวจิระปัญญาร่วมกับแสนเมืองลือโลก และชาวบ้านได้เดินทางไปขออนุญาตจากเจ้าเมืองละกอนเพื่อสร้างวิหารมีครูบาเจ้าอสิงวิตั๊ก วัดพระยืน จังหวัดลำพูนเป็นผู้วางแบบ และครูบายาวิชัยเป็นช่างก่อสร้าง เมื่อแรกสร้างมีชื่อวัดว่า วัดป่าไผ่วัดศรีหลวงแจ้ซ้อนได้รับการบูรณปฏิสังขรณ์ครั้งล่าสุดเมื่อปี พ.ศ. 2509 วิหารมีลักษณะศิลปกรรมแบบล้านนาผสมพม่าเดิมเป็นวิหารโถง ต่อมาได้ก่อผนังอิฐขึ้นและใส่ปล่องหน้าต่าง บริเวณบันไดทางขึ้นวิหารมีประติมากรรมปูนปั้นรูปสัตว์ในนิยายจั่วหลังคาเป็นแบบล้านนาลดหลั่นลงมา 4ชั้น หน้าบันเป็นแบบหนีบหรือแบบแหนบสลักไม้ ประดับลวดลายพรรณพฤกษามุงกระเบื้องแป้นเกล็ด เครื่องลำยอง คันทวยสลักไม้ลวดลายสวยงามฝีมือช่างท้องถิ่น ภายในวิหารประดิษฐานพระพุทธรูปประธานศิลปะเชียงแสน และธรรมาสน์ไม้สักเก่าแก่อายุร้อยกว่าปี ด้านหลังวิหารประดิษฐานเจดีย์ทรงระฆังแบบแบบล้านนาหุ้มด้วยทองจังโกในช่วงงานบุญประเพณี 8 เป็ง (เดือนพฤษภาคม) หรือช่วงวันวิสาขบูชาของทุกปี บ้านศรีหลวงแจ้ซ้อนจะมีประเพณีสำคัญ คือ การสรงน้ำพระธาตุ ที่วัดศรีหลวงแจ้ซ้อน ต.แจ้ซ้อน อ.เมืองปาน จ.ลำปาง โดยกิจกรรมในวันพระใหญ่เช่นนี้ นอกจากจะมีการทำบุญตักบาตรและมีการเวียนเทียนตามประเพณีในพุทธศาสนาแล้ว ชาวบ้านศรีหลวงแจ้ซ้อน ยังได้ร่วมกันจัดงานสรงน้ำพระธาตุขึ้นอีกด้วย และความพิเศษของการสรงน้ำพระธาตุของที่นี่ก็คือ การแห่ครัวตาน การแห่บั้งไฟ และ #การเล่นผีโขน ซึ่งมีมานานไม่น้อยกว่า 100 ปี
รูปภาพ
ไฟล์เอกสาร